EUVIMEDEuropean Health Evidence
Uhr Sources10/10 Journal Tree
Easy Demo

European Health Evidence

The European alternative to PubMed

EUVIMED is the European alternative to PubMed: a central, multilingual research platform for medicine, nursing, life sciences and healthcare. It brings together international and European literature sources, study registries, open-access full texts, citations and retraction notices in one search. Unlike pure bibliographic databases, EUVIMED supports the entire research process – from discovery and appraisal with LIVIA and CLARA to traceable evidence synthesis. European in focus, transparent, interoperable and designed for science and healthcare.

EuropeanMultilingualInteroperableTraceable

EUVIMED BETA

EUVIMED is currently in beta

EUVIMED is under continuous development. Features, data coverage and presentation may change or be temporarily incomplete.

Results are beta

Search results, classifications, summaries and AI-assisted assessments may be incomplete, delayed or incorrect.

Check original sources

Do not use EUVIMED results without verification for diagnosis, treatment or other clinical decisions. Always consult the original source and applicable guidelines.

Errors and feedback help us improve EUVIMED: info@euvimed.com

Lokaler Crossref-Datenbestand · journal-article

กระบวนการพัฒนาความรู้สึกเข้าอกเข้าใจในการปฏิบัติการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล : การวิจัยเชิงทฤษฎีพื้นฐาน

Siranee Kejkornkaew, Kanokporn Ruangpermpoon

Nursing Research and Innovation Journal · 2026

Vollständiger Abstract

Worum geht es in dieser Arbeit?

ความเข้าอกเข้าใจ (empathy) เป็นสมรรถนะสำคัญของวิชาชีพพยาบาลที่ส่งเสริมการดูแลแบบองค์รวม การสร้างสัมพันธภาพเชิงบำบัด คุณภาพการพยาบาล และผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วย โดยประกอบด้วยมิติด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที่บูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติการพยาบาล แม้ว่าการจัดการศึกษาพยาบาลจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจควบคู่กับสมรรถนะทางคลินิก แต่หลักสูตรส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเชิงเทคนิคมากกว่าการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และการกำกับอารมณ์ของตนเอง ส่งผลให้นักศึกษาพยาบาลเผชิญความท้าทายในการแสดงความเข้าอกเข้าใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางคลินิกที่มีความซับซ้อนและความกดดันสูง จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า งานวิจัยที่ผ่านมาเป็นการศึกษาเชิงสำรวจหรือเชิงทดลองที่มุ่งประเมินระดับความเข้าอกเข้าใจหรือผลของโปรแกรมพัฒนาเป็นส่วนใหญ่ จึงยังไม่สามารถอธิบายกระบวนการที่ทำให้นักศึกษาพัฒนาความเข้าอกเข้าใจจากการรับรู้ความทุกข์ของผู้ป่วยไปสู่การแสดงออกเป็นพฤติกรรมการพยาบาลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในบริบทของการฝึกปฏิบัติทางคลินิก การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายกระบวนการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจของนักศึกษาพยาบาลระหว่างการฝึกปฏิบัติทางคลินิกโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามแนวคิดของสเตราส์และคอร์บิน ผู้ให้ข้อมูลเป็นนักศึกษาพยาบาลจำนวน 11 คน (ชาย 3 คน หญิง 8 คน) อายุ 20–23 ปี ประกอบด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 4 คน และชั้นปีที่ 4 จำนวน 7 คน ซึ่งมีประสบการณ์ฝึกปฏิบัติทางคลินิกอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยมากกว่า 10 ราย และหลากหลายบริบททางคลินิก เช่น ผู้ป่วยอายุรกรรม ศัลยกรรม มะเร็งวิทยา มารดาทารก ฉุกเฉิน และ จิตเวช โดยคัดเลือกแบบเจาะจงร่วมกับการคัดเลือกแบบบอกต่อ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง การสังเกต บันทึกภาคสนาม และบันทึกความจำ จนข้อมูลอิ่มตัว ใช้เวลาสัมภาษณ์รายละ 30–60 นาที บันทึกเสียงและถอดความแบบคำต่อคำ วิเคราะห์ข้อมูลควบคู่กับการเก็บข้อมูลโดยใช้วิธีการเปรียบเทียบคงที่ผ่านการให้รหัสแบบเปิด การให้รหัสแกนหลัก และการให้รหัสเลือกสรรเพื่อพัฒนาโครงสร้างเชิงทฤษฎี ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามเกณฑ์ของลินคอล์นและกูบาได้แก่ ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการนำไปใช้ ความคงเส้นคงวา และความสามารถในการยืนยันผล โดยใช้การตรวจสอบจากผู้ให้ข้อมูล การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยพบว่า ความเข้าอกเข้าใจเป็นกระบวนการเชิงพลวัตที่ค่อย ๆ พัฒนาผ่านประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยจริงโดยเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง แบบจำลองเชิงทฤษฎีประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ (1) เงื่อนไขเชิงเหตุ คือ ลักษณะของผู้ป่วยและบริบททางคลินิก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความทุกข์ทรมาน เจ็บป่วยรุนแรง หรือมีปัญหาทางจิตสังคม ซึ่งกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกร่วม (2) ปรากฏการณ์หลัก คือ กระบวนการเปลี่ยนผ่านทางจิตใจจาก “ความสงสาร” (sympathy) ไปสู่ “ความเข้าอกเข้าใจ” (empathy) ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย การสะท้อนคิด และการเชื่อมโยงประสบการณ์ของตนเองกับประสบการณ์ของผู้ป่วย (3) วิธีการมีปฏิสัมพันธ์ ได้แก่ การกำกับอารมณ์ของตนเองและการขอคำปรึกษาจากอาจารย์พยาบาลในคลินิก เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความรู้สึกร่วมกับความเป็นวิชาชีพ (4) ปัจจัยที่มีอิทธิพล ได้แก่ ประสบการณ์ทางคลินิก ความหลากหลายของผู้ป่วย ความต่อเนื่องในการดูแล และความคุ้นเคยกับผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจ และ (5) ผลที่ตามมา ได้แก่ การสื่อสารกับผู้ป่วยที่มีคุณภาพมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยอย่างเอาใจใส่ ความมุ่งมั่นในการให้การพยาบาล และการตระหนักถึงความรับผิดชอบเชิงวิชาชีพที่เพิ่มขึ้น ข้อค้นพบสำคัญของการศึกษานี้คือ การเปลี่ยนผ่านจาก “ความรู้สึกสงสาร” ไปสู่ “ความรู้สึกเข้าอกเข้าใจ” เป็นแก่นของกระบวนการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจของนักศึกษาพยาบาล ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง การสะท้อนคิด การกำกับอารมณ์ของตนเอง และการได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์พยาบาลในคลินิก จนความเข้าอกเข้าใจได้รับการหล่อหลอมและสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพ ดังนั้น สถาบันการศึกษาพยาบาลควรออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ทางคลินิกที่หลากหลายและต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการสะท้อนคิด และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทางอารมณ์ โดยอาจารย์พยาบาลควรให้คำปรึกษา สนับสนุนทางอารมณ์ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถให้การพยาบาลที่มีคุณภาพ มีความเป็นมนุษย์ และยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางได้อย่างยั่งยืน คำสำคัญ : การฝึกปฏิบัติทางคลินิก การศึกษาพยาบาล ความเข้าอกเข้าใจ ทฤษฎีพื้นฐาน นักศึกษาพยาบาล

Bibliografischer Nachweis

Publikationsdaten

Autor:innen
Siranee Kejkornkaew, Kanokporn Ruangpermpoon
Quelle
Nursing Research and Innovation Journal
Publikation
2026-01-01
Band / Ausgabe
Nicht angegeben
Seiten
Nicht angegeben
ISSN / ISBN
2822-1389, 2822-1370
Zitationen
0 laut Crossref
Referenzen
0 hinterlegt

Zitieren

Zitierfähiger Nachweis

Siranee Kejkornkaew, Kanokporn Ruangpermpoon (2026). กระบวนการพัฒนาความรู้สึกเข้าอกเข้าใจในการปฏิบัติการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล : การวิจัยเชิงทฤษฎีพื้นฐาน. Nursing Research and Innovation Journal. https://doi.org/10.63647/nrij.v32i2.282340
RIS BibTeX CSL-JSON

Kontext

Themen, Förderung und Nutzung

Lizenzhinweise: Lizenz 1