EUVIMEDEuropean Health Evidence
Uhr Sources10/10 Journal Tree
Easy Demo

European Health Evidence

The European alternative to PubMed

EUVIMED is the European alternative to PubMed: a central, multilingual research platform for medicine, nursing, life sciences and healthcare. It brings together international and European literature sources, study registries, open-access full texts, citations and retraction notices in one search. Unlike pure bibliographic databases, EUVIMED supports the entire research process – from discovery and appraisal with LIVIA and CLARA to traceable evidence synthesis. European in focus, transparent, interoperable and designed for science and healthcare.

EuropeanMultilingualInteroperableTraceable

EUVIMED BETA

EUVIMED is currently in beta

EUVIMED is under continuous development. Features, data coverage and presentation may change or be temporarily incomplete.

Results are beta

Search results, classifications, summaries and AI-assisted assessments may be incomplete, delayed or incorrect.

Check original sources

Do not use EUVIMED results without verification for diagnosis, treatment or other clinical decisions. Always consult the original source and applicable guidelines.

Errors and feedback help us improve EUVIMED: info@euvimed.com

Lokaler Crossref-Datenbestand · journal-article

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย

อัมภาวรรณ นนทมาตย์, นครินทร์ ประสิทธิ์, วรัญญู พอดี, จารุกิตต์ ยาระษี, กมลทิพย์ สุหญ้านาง, พีรยุทธ แสงตรีสุ, ศิริยาภรณ์ ไกยศรี

Nursing Research and Innovation Journal · 2026

Vollständiger Abstract

Worum geht es in dieser Arbeit?

ในปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ซึ่งประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าวส่งผลต่อระบบสุขภาพและนโยบายสังคมโดยเฉพาะในประเด็นสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผูสูงอายุซึ่งปนึ่งในปัญหาที่มีความซับซ้อนและท้าทายคือพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาทำให้ผู้สูงอายุมีความเปราะบางต่อผลกระทบของแอลกอฮอล์มากขึ้นและส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีรากวัฒนธรรมที่ผูกพันกับการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ ประเพณี และกิจกรรมทางสังคม ทำให้การดื่มเป็นบรรทัดฐานที่ได้รับการยอมรับในชุมชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มในกลุ่มผู้สูงอายุภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพิจารณาปัจจัยหลายมิติ ได้แก่ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ปัจจัยด้านภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจัยด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ และปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมทางสังคม การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง ใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 14,629 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างและหาความชุกของพฤติกรรมการดื่มในปัจจุบัน และใช้แบบจำลองเชิงเส้นผสมทั่วไป (generalized linear mixed model: GLMM) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับพฤติกรรมการดื่ม โดยมีการคำนึงถึงผลกระทบจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่ จังหวัด โดยนำเสนอค่า adjusted odds ratio (AOR) และ95% confidence interval (95%CI) ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุร้อยละ 19.73 มีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน โดยพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย เพศชาย (AOR=9.21; 95%CI: 8.08–11.51) กลุ่มอายุน้อยกว่า 69 ปี (AOR=4.79; 95%CI: 3.53–6.49) สถานะการทำงานอยู่ในปัจจุบัน (AOR=2.02; 95%CI: 1.79–2.29) และรายได้ต่อปีตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป (AOR=1.25; 95%CI: 1.10–1.41) ปัจจัยด้านภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ประกอบด้วย ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว (AOR=1.28; 95%CI: 1.14–1.43) และพฤติกรรมสูบบุหรี่ (AOR=7.79; 95%CI: 6.74–9.00) สำหรับปัจจัยการมีส่วนร่วมทางสังคม ประกอบด้วย ผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มอาชีพพื้นบ้าน (AOR=1.49; 95%CI: 1.24–1.80) ผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มจิตอาสา (AOR=1.64; 95%CI: 1.37–1.96) และผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของหมู่บ้านหรือชุมชน (AOR=1.54; 95%CI: 1.33–1.80) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็นผลจากโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการดื่มเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมในชุมชน การงดดื่มจึงเป็นเรื่องท้าทายทางสังคมในบริบทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลลัพธ์ของการศึกษานี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาแนวทางการส่งเสริมสุขภาพที่เคารพบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดผู้นำชุมชนต้นแบบสุขภาพดีและการเสริมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขให้สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้กลยุทธ์สื่อสารความรู้สุขภาพในภาษาถิ่น เพื่อแก้ไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการดื่มสุราพื้นบ้าน การดำเนินนโยบายสาธารณสุขควรมุ่งเน้นการลดปัจจัยเสี่ยง การสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ เพื่อให้การลดการดื่มของผู้สูงอายุเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ดังนั้น การพัฒนานโยบายและมาตรการแทรกแซงเพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้สูงอายุควรมุ่งเน้นการบูรณาการการดำเนินงานในหลายระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับครอบครัว ระดับชุมชน และระดับระบบบริการสุขภาพ โดยนโยบายเชิงรุกควรให้ความสำคัญกับการคัดกรองความเสี่ยงอย่างเป็นระบบในบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ การจัดให้มีการให้คำปรึกษาแบบสั้นสำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องโดยทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและผู้ดูแลผู้สูงอายุให้มีทักษะด้านการสื่อสารเชิงจูงใจ และการให้คำแนะนำในการลดการดื่มที่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรมท้องถิ่น บุคลากรในระดับแนวหน้านี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพกับการสนับสนุนในระดับชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนากิจกรรมทางสังคมทางเลือกที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เช่น กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมสันทนาการ และกิจกรรมจิตอาสา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างมีความหมายโดยไม่ต้องพึ่งพาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนวทางดังกล่าวจะช่วยปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมเกี่ยวกับการดื่มในผู้สูงอายุอย่างค่อยเป็นค่อยไป และลดแรงกดดันทางสังคมต่อการดื่มในกิจกรรมชุมชนและงานประเพณีต่าง ๆ ในภาพรวม มาตรการเหล่านี้จะนำไปสู่การลดการบริโภคแอลกอฮอล์ในผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีพลัง การเสริมสร้างระบบการสนับสนุนทางสังคม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว ทั้งนี้ การนำกรอบนโยบายที่บูรณาการและไวต่อบริบททางวัฒนธรรมมาใช้จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขสามารถตอบสนองต่อปัจจัยกำหนดทางสังคมและสุขภาพที่ซับซ้อนซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มในวัยสูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คำสำคัญ : พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ผู้สูงอายุ

Bibliografischer Nachweis

Publikationsdaten

Autor:innen
อัมภาวรรณ นนทมาตย์, นครินทร์ ประสิทธิ์, วรัญญู พอดี, จารุกิตต์ ยาระษี, กมลทิพย์ สุหญ้านาง, พีรยุทธ แสงตรีสุ, ศิริยาภรณ์ ไกยศรี
Quelle
Nursing Research and Innovation Journal
Publikation
2026-01-01
Band / Ausgabe
Nicht angegeben
Seiten
Nicht angegeben
ISSN / ISBN
2822-1389, 2822-1370
Zitationen
0 laut Crossref
Referenzen
0 hinterlegt

Zitieren

Zitierfähiger Nachweis

อัมภาวรรณ นนทมาตย์, นครินทร์ ประสิทธิ์, วรัญญู พอดี, จารุกิตต์ ยาระษี, กมลทิพย์ สุหญ้านาง, พีรยุทธ แสงตรีสุ, ศิริยาภรณ์ ไกยศรี (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย. Nursing Research and Innovation Journal. https://doi.org/10.63647/nrij.v32i2.278053
RIS BibTeX CSL-JSON

Kontext

Themen, Förderung und Nutzung

Lizenzhinweise: Lizenz 1